ทศพล คุณะเพิ่มศิริ: วิถีแห่งคนกล้าฝัน กับแนวคิดพลิกธุรกิจจากศูนย์ถึงพันล้าน

ทศพล คุณะเพิ่มศิริ: วิถีแห่งคนกล้าฝัน กับแนวคิดพลิกธุรกิจจากศูนย์ถึงพันล้าน
19/07/17   |   3k   |  

จากชายหนุ่มธรรมดาพกพาเพียงแค่ความมุ่งมั่นกับต้นทุนชีวิตที่มีไม่มากนัก แต่ด้วยความช่างคิด และหาญกล้าที่จะฝัน เขาจึงเริ่มก่อร่างสร้างธุรกิจขึ้นมาจากศูนย์ ฝ่าฟันกับความท้าทายนานัปการ จนนำพาองค์กรไปสู่การเป็นผู้นำธุรกิจจีพีเอส ติดตามรถและครองความยิ่งใหญ่ในไทยมาไม่ตำ่กว่า 20 ปี

 

 

  • คุณทศพล เกิดแนวคิดทำธุรกิจ เพราะเห็นคุณพ่อต้องออกไปดูแลลูกน้องที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นประจำ ทำให้มีความคิดที่จะหาวิธีลดอุบัติเหตุโดยการทดสอบคนขับ ซึ่งต่อยอดมาถึงการทำจีพีเอสติดรถ

  • ดี.ที.ซี.เอ็นเตอร์ไพรส์ เคยเกือบจะไปไม่รอดตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มธุรกิจ แต่ด้วยความกล้าคิดกล้าฝันของเขา ทำให้สามารถพลิกแพลงรูปแบบธุรกิจ จนปัจจุบันกลายเป็นองค์กรที่มีมูลค่าสูงถึง 6,000 ล้านบาท 

  • ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ เป็นบริษัทที่เริ่มทำระบบส่งข้อมูลอัตโนมัติระหว่างอุปกรณ์ผ่านอินเตอร์เน็ต (IoT) มาตั้งแต่ยุคที่ยังไม่ค่อยมีใครในโลกให้ความสนใจ จนปัจจุบันกลายเป็นเทรนด์ไอทีที่มาแรงสุด ๆ

  • เมื่อครั้งที่ชาวประมงไทยโดนใบเหลืองจาก EU เรือทุกลำต้องติดจีพีเอสเรือราคาสูงจากต่างชาติ คุณทศพล ทนเห็นคนไทยถูกเอาเปรียบไม่ได้ เลยสร้างจีพีเอสติดเรือราคาประหยัดขึ้นมาภายในเวลาแค่ 4 เดือน ทำให้ต่างชาติต้องรีบลดราคากันมาทั้งตลาด แม้จะไม่ได้เงินมากมาย แต่ก็เป็นเรื่องที่เขาภาคภูมิใจไม่น้อย

  • เคล็ดลับที่ทำให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ หนึ่งคือ สร้างทีมที่แข็งแรง และครบครันในทุกส่วนงาน เพื่อที่จะควบคุมคุณภาพได้ทั้งหมด สองคือ การออกเดินทางไปสำรวจเทรนด์เทคโนโลยีทั่วโลกอยู่เสมอ สามคือ มีพันธมิตรที่เข้มแข็ง เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และร่วมกันสร้างโอกาสใหม่ในการทำธุรกิจ

  • คุณทศพล มีความฝันที่จะสร้างบริษัทแห่งนี้ให้มีอายุมากกว่า 100 ปี เขาจึงให้ความสำคัญกับการปั้นคนรุ่นหลังมากเป็นพิเศษ คนรุ่นใหม่ในองค์กรนี้จึงได้รับโอกาสในการจับโปรเจคใหญ่เกินวัยเป็นประจำ

 

 

ยิ่งเทคโนโลยีมาเร็วมากเท่าไหร่ก็เหมือนเป็นแรงส่งให้ธุรกิจเขายิ่งก้าวกระโดดไปไกลเท่านั้น จากจีพีเอสต่อยอดไปถึงการทำซอฟต์แวร์บนมือถือ และวิ่งเข้าสู่เทรนด์ที่กำลังมาแรงที่สุดบนโลกยุคนี้นั่นก็คือเรื่องของ IoT (ระบบการส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด) ล่าสุดผนึกกำลังกับพาร์ทเนอร์อันเข้มแข็ง ทำให้องค์กรที่เขาสร้างมากับมือกลายเป็นดั่งเสือที่ถูกติดปีก พร้อมประกาศศักดาพาสินค้าไทยไปบุกยึดตลาดโลกแล้ว

ซึ่งชายที่กล่าวมาข้างต้นนี้คือ คุณทศพล คุณะเพิ่มศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้นำด้านระบบ จีพีเอส และ IoT Solutions ครบวงจร ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเริ่มต้นธุรกิจผิดพลาดจนเกือบจะต้องปิดตัวไปตั้งแต่ปีแรก พลิกฟื้นกลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท จนทุกวันนี้เขากล้าพูดอย่างเต็มปากว่าถ้าเป็นเรื่องจีพีเอส ติดรถยนต์แล้ว เขากล้าท้าทั่วโลก
 


เขาทำอย่างไร...จากธุรกิจที่กำลังจะเจ๊งถึงกลายเป็นธุรกิจระดับพันล้าน
เขาคิดอย่างไร...เทรนด์ IoT ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญแต่เขาทำมาตั้งแต่คำว่า IoT ยังไม่เกิด
วันนี้เราจะมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักผู้ชายคนนี้ ซึ่งเราเชื่อว่าแนวคิดเขาน่าจะมีประโยชน์และปลุกแรงบันดาลใจให้ทุกท่านได้ไม่น้อยเลย

 

อยากให้เล่าถึงเส้นทางก่อนที่จะมาเป็น ดี.ที.ซี

Testh3h3h3h3h3

Testh4h4h4h4h4h4

ผมเองจบวิศวการผลิต พระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผมก็พยายามหาตัวตน เราเป็นคนที่ชอบพบคนเลยคิดว่าไปทำงานฝ่ายขายน่าจะดี มีโอกาสไปทำงานบริษัทเล็ก ๆ แต่เป็นบริษัทต่างชาติ มีสาขาอยู่ทั่วโลกขายเกี่ยวกับพวกเครื่องจักร ตอนนั้นเราเลือกบริษัทที่คิดว่ามีสิ่งให้เราได้เรียนรู้เยอะ แต่พอทำไปช่วงนั้นเริ่มมีวิกฤตเศรษฐกิจแล้ว เราก็เห็นว่ามันน่าที่จะต้องวางแผนชีวิต

 

อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้สร้าง ดี.ที.ซี ขึ้นมา

เราฝันอยากมีธุรกิจของตัวเอง แล้วพอดีช่วงนั้นเราสังเกตเห็นคุณพ่อ เขาดูแลงานด้านการขนส่งให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง ที่บ้านเนี่ยดึก ๆ ถ้ามีโทรศัพท์เข้ามาก็จะรู้กันว่ามีอุบัติเหตุ มีคนเสียชีวิต พ่อก็ต้องขับรถออกไป หลัง ๆ ชักเกิดบ่อย ตอนนั้นเราก็เลยคิดว่าปัญหาน่าจะเกิดจากคนขับ เขาน่าจะไม่พร้อม เราก็คิดในเชิงป้องกันว่าถ้ามันมีเครื่องมือที่ช่วยลดอุบัติเหตุได้น่าจะเป็นธุรกิจที่ดี

ผมก็นึกถึงว่าเราจะรับกัปตันขับเครื่องบินเราก็ต้องทดสอบร่างกายก่อน ก็เลยคิดว่าคนขับรถก็น่าจะต้องทดสอบร่างกายก่อนเช่นกัน น้องสาวเราเป็นหมออยู่พอดีก็คุยว่ามีเครื่องมืออะไรบ้าง และผมไปดูงานบริษัทใหญ่มา ตอนนั้นการรับคนขับเขาต้องจับทดสอบมีเครื่องทดสอบ เราก็คิดว่าน่าจะเอามาใช้กับคนทั่วไป ซึ่งเราก็เลยตั้งบริษัท ดี.ที.ซี.ขึ้นมา ช่วงนั้นผมก็ยังทำงานประจำอยู่ ก็อาศัยเพื่อน ๆ ที่ว่างงานมาช่วยกัน ซึ่ง DTC เนี่ยจริง ๆ มีที่มาจากคำว่า Driver Testing Center 

 

ประสบความสำเร็จดีไหม กับก้าวแรกในการทำธุรกิจส่วนตัว

ทำไปได้ปีนึงดูท่าจะไม่รอด ทุกคนถามหมดว่าเอาความรู้มาจากไหน คือ เราไม่มีใบรับรองและเรายังเด็กด้วยก็เลยเหมือนขาดความน่าเชื่อถือ บอกตรง ๆ ว่าเครียดพอสมควรเลย เพราะเราก็ไม่ได้มาจากครอบครัวที่มีสตางค์ ตอนเด็ก ๆ อยู่ในสลัมคลองเตยด้วยซ้ำ คุณพ่อก็เป็นลูกจ้าง ทุนเราก็น้อย ตอนนั้นหนึ่งปีเต็ม ๆ ไม่มีรายได้เลยมีแต่รายจ่าย

 

ดูเหมือนสถานการณ์ตอนนั้นจะย่ำแย่มาก แล้วอะไรคือจุดเปลี่ยน

ตอนนั้นคิดว่ายังไงก็ไม่รอดแล้ว จังหวะพอดีได้เงินก้อนสุดท้ายจากวิกฤตต้มยำกุ้ง บริษัทที่เราเป็นลูกจ้างปิดตัว ทำให้เราได้เงินมาก้อนหนึ่งเหมือนเป็นการต่อลมหายใจเลย จากวิกฤตก็กลายเป็นโอกาสทำให้เรา มีเงิน มีเวลา แล้วบวกด้วยความตั้งใจ หลังจากนั้นสามเดือนพอเริ่มทำกล่องดำก็เริ่มขายได้ กลายเป็นว่ารู้อย่างนี้ ไม่ต้องรอต้มยำกุ้งก็ออกมาทำเองเลยดีกว่า (หัวเราะ)
 


 

"ครั้งแรกที่ผมเห็นตำแหน่งรถวิ่งอยู่บนแผนที่ ตอนนั้นมีคนแค่สิบคนเองมั้ง ผมรู้เลยว่ามาถูกทางแล้ว มันจะต้องโตขึ้นอีกมาก"

คุณทศพล คุณะเพิ่มศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ 
 

ในช่วงที่บริษัทกำลังจะไปไม่รอด มีแนวคิดพลิกธุรกิจอย่างไร

ผมพลิกแนวคิดใหม่ ถ้าป้องกันไม่ได้เราก็ควบคุมเลย เครื่องบินมีกล่องดำ เราก็ทำกล่องดำมาติดบนรถสิ เราว่ามันไม่น่ายาก พอดีเรามีเพื่อนฝูงอยู่ในแวดวงการศึกษาเราก็ถามว่าไอ้สิ่งที่ผมฝันเนี่ยมันยากไหม เขาบอกไม่ยากเลย เรียกว่า Data Logger เป็นฮาร์ดดิสก์ตัวหนึ่ง คุณก็ดึงสายมาสิเอามาติดในกล่อง และจังหวะดีคือ น้องชายผมชอบเรื่องรถเขารู้หมดเลย ต่อสายไฟ มันก็เลยกลายเป็นจุดกำเนิด

แล้วพอมีจีพีเอสเข้ามา อเมริกาเอามาขายในไทยแพงมาก เราบอกเห้ยถ้าเอามาเข้ากล่องดำเราได้นี่มันเลยนะ คือผมไม่ใช่นักเทคโนโลยีนะแต่ผมมีความฝัน ผมบอกเด็กเลยว่าต้องทำให้ได้ ครั้งแรกที่ผมเห็นตำแหน่งรถวิ่งในแผนที่ ตอนนั้นคนมีแค่สิบคนมั้ง ผมรู้เลยว่ามาถูกทางแล้ว มันจะต้องโตขึ้นมาก ๆ ตอนนี้สินค้าหลัก ๆ ของเราคือจีพีเอส ก็ต้องบอกเลยว่าผมท้าทั่วโลก

 

แค่ธุรกิจจีพีเอสก็น่าจะสร้างรายได้ไม่น้อยแล้ว ทำไมต้องต่อยอดไปทำอย่างอื่นอีก

เราเป็นคนคิดเยอะฝันเยอะ และตอนนี้มีคนลงเรือของเราถึง 400 คน ถ้าเราต้องฝากชีวิตทุกคนไว้กับสินค้าตัวเดียวมันอันตรายไป ทีนี้เนี่ยเมื่อสองสามปีก่อนมือถือกำลังมา เราตั้งบริษัทลูกขึ้นมาพัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือโดยเฉพาะ เราก็ทำพวกซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการบริหารจัดการรถ ใช้ในการตรวจสอบ ติดตามและช่วยเหลือคนทำงานนอกออฟฟิศ เช่น ฝ่ายขาย เราเพิ่งพัฒนาโปรแกรมตัวหนึ่ง ทำหน้าที่เหมือนจีพีเอสเลยแต่มันอยู่บนมือถือ เขาสามารถดูโปรโมชั่น ส่วนลดได้ทันที หัวหน้างานสามารถดูยอดขายของพนักงานคนนี้ได้แบบเรียลไทม์เลย เช็กได้แม้กระทั่งว่าพนักงานไปเยี่ยมลูกค้าครบทุกที่เลยรึเปล่า ซึ่ง ซอฟต์แวร์ ตัวนี้เรียกว่า BAMS ผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านนวัตกรรม ประเภทธุรกิจขนาดใหญ่ จากกระทรวงพาณิชย์ด้วย

 

เท่าที่รู้มาในตลาดทุกวันนี้ มีบริษัทที่ทำ จีพีเอส ติดรถยนต์ไม่น้อยเลย คิดว่าอะไรที่ทำให้ ดี.ที.ซี. เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด

บริษัทจีพีเอสมีเยอะ ดูความเร็วได้ บอกตำแหน่งได้ ไอ้ตรงนี้ผมทำมาเป็นสิบปีแล้ว ถ้าผมทำมาหากินแบบเดิมผมไม่รอดหรอก เราเน้นเรื่องนวัตกรรมเราบอกว่า More than GPS คืออะไร เช่น ถ้าลูกค้าเป็นรถห้องเย็น พี่อยากรู้ไหมว่าตอนนี้อุณภูมิเท่าไหร่ รถขนเงินเปิดปิดประตูรถเมื่อไหร่ เช็กได้หมด และตอนนี้ที่มันมากกว่านั้นคือ การที่เราทำ OEM ให้บริษัท ฮีโน่ เนี่ยเขาเปิดโอกาสให้เราเอาอุปกรณ์ของเราไปต่อกับตัว ECU ของรถ เรารู้รอบเครื่อง การใช้เกียร์ การใช้เบรก การใช้น้ำมันอย่างละเอียด

บางบริษัทต้องการข้อมูลละเอียดมาก เราสามารถเช็กได้ด้วยซ้ำว่าก่อนเกิดอุบัติเหตุ เหยียบเบรกหรือเปล่า เปิดไฟเลี้ยวหรือเปล่า เปิดที่ปัดน้ำฝนหรือเปล่า หรือคุณจะดูภาพสด ๆ ที่เกิดขึ้นในรถเลยก็ได้ ผมถึงบอกเลยว่าถ้าเป็นจีพีเอสผมขอท้าทั่วโลก เพราะไม่เชื่อว่าจะมีใครทำได้ดีกว่าเรา มีแค่ไม่กี่บริษัทในโลกนี้ที่ทำได้ขนาดเรา
 



"ถ้าคิดจะทำอะไรอย่ารอ มันต้องทำเลย เดี๋ยวนี้ปลาเร็วกินปลาช้า คนทำเทคโนโลยีต้องไว"

คุณทศพล คุณะเพิ่มศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ 

 

หลังจากที่พลิกธุรกิจขึ้นมาได้ ดูเหมือนทำอะไรก็สำเร็จไปทุกอย่าง มีก้าวที่พลาดบ้างไหม

จริง ๆ เราก็เคยผิดบ้างเหมือนกัน มีช่วงหนึ่งตัวจานรับสัญญาณดาวเทียมดูทีวีที่ติดตามรถตู้มาแรงมาก ๆ  ซึ่งในโลกนี้มีคนทำแข็ง ๆ อยู่สองเจ้าเป็นบริษัทเกาหลี ตอนนั้นผมเองอยากจะเอามาขาย ก็เลยคุยกับคนเกาหลีว่าขอเป็นตัวแทนได้ไหม เขาบอกมีตัวแทนอยู่แล้ว คุยกันสองสามปีเขาก็ไม่ตกลงเสียที ปีที่สี่มั้งผมเจอเขาในงานแฟร์ที่ฮ่องกงก็เดินไปหา เขาทำไงรู้ไหม เขาโบกมือไล่ผม บอกไม่คุยด้วย ผมนี่โกรธหูดับเลย กลับมาบอกน้อง ๆ เลยว่ากูต้องทำให้ได้ ไปหามาว่าต้องทำอย่างไร (หัวเราะ) 

ตอนนั้นยังไม่แน่ใจนะว่าทำได้ไม่ได้แต่หน้ามืดแล้วด้วยความโกรธ ก็เลยทำจนเสร็จเป็นสินค้า คิดว่าจะเตรียมรับสตางค์แล้ว แต่ว่าเกิดอะไรขึ้น ทีวีดิจิทัลมา จากจานก็เป็นเสาซึ่งเสาก็แค่หลักพัน เด้งที่สองคือหลัง ๆ คนเขาเลิกดูทีวีบนรถแล้วเขาดูไอแพด ดูหนังออนไลน์หมดแล้ว ทำให้เรารู้เลยว่าเห้ยถ้าคิดจะทำอะไรอย่ารอมันต้องทำเลย เดี๋ยวนี้ปลาเร็วกินปลาช้า คนทำเทคโนโลยีต้องไว ตอนนั้นผมคิดว่าถ้าผมโกรธเร็วกว่านี้ ถ้าผมไม่รอเขานะ อย่างน้อยยังได้เงินใช้หลายร้อยล้านเลย

 

ตั้งแต่ที่เปิดบริษัทมามีเหตุการณ์อะไรบ้างที่รู้สึกภาคภูมิใจเป็นพิเศษ

เมื่อไม่นานมานี้เรือประมงบ้านเราโดนใบเหลืองจาก EU ด้วยเหตุผลที่เราขาดการควบคุมเส้นทางการเดินเรือ ทำให้เอาสินค้าไปขายทางยุโรปไม่ได้เลย สิ่งที่ชาวประมงต้องทำคือ ต้องติดจีพีเอส แล้วต้องเป็นคุณสมบัติตามที่เขากำหนดแถมยังต้องมีใบรับรองจาก EU ด้วย ซึ่งตอนนั้นมีแค่ไม่กี่บริษัทในโลกนี้ที่ทำได้

แล้วไอ้ตัวนี้ฝรั่งเอามาขายเราตัวละ 40,000 กว่า เขามาถึงเขาก็ฟันเราเลย แพงไม่พอ ต้องจ่ายรายเดือนอีก 2,500 ชาวประมงไทยก็ร้องสิ เราก็เลยคันมืออยากทำและเราก็เห็นว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของประเทศชาติ ชาวประมงกำลังลำบาก ตอนนั้นไม่มีอะไรในหัวเลยนะ ถามลูกน้องทำได้ไหม เร็วที่สุดกี่เดือน เขาบอกสี่เดือน ซึ่งสุดท้ายเราก็ทำทุกวิถีทางจนสำเร็จในที่สุด

พอฝรั่งรู้ว่าคนไทยทำได้จาก 40,000 ลดเหลือ 20,000 ทันที และรายเดือนเหลือแค่ 1,000 เดียว แต่เราไม่ได้อะไรสักเท่าไหร่นะ เพราะตอนนั้นผมเสร็จกว่าจะได้ใบรับรองก็ร่วมสี่เดือน เขาให้ติดภายในหกเดือน ชาวประมงโดนกดดันรอไม่ได้ 80% ก็เสียเงินให้ฝรั่งไปแล้ว เรื่องนี้แม้ผมจะไม่ได้เงินเท่าไหร่ แต่ก็เป็นเรื่องที่เราภูมิใจว่าได้ช่วยสังคม และแสดงให้เห็นว่าคนไทยเราก็ทำได้และทำได้เร็วด้วย

 

 

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมีการแข่งขันสูงมาก คิดว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณนำพา ดี.ที.ซี. มาได้ถึงทุกวันนี้  

อย่างแรกเลยปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหลักของเรา ต้องควบคุมให้ได้ทั้งหมด เรามีทีมครบ วิจัยพัฒนา ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ งานแผนที่ งานบริการ ช่างซ่อมก็คนของเรา ซึ่งง่ายต่อการดูแลและควบคุมคุณภาพ เวลามีปัญหาไม่ต้องโทษใครเรารับผิดชอบเอง เรื่องนี้ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น

และผมเป็นคนที่เดินทางบ่อย ต่างประเทศเขามีนวัตกรรมใหม่ก้าวห่างจากเราไป 2-3 ปี บางเรื่องเป็นสิบปีด้วยซ้ำ แต่ผมพยายามจะลดเวลา เราก็พยายามดูเทคโนโลยีที่ต่างประเทศมันใช้แล้วทำได้จริง ตอบโจทย์ได้จริง เราก็ต้องคุยกับทีมงานว่าเตรียมตัวทำได้เลย มันเกิดขึ้นแน่

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากคือเราก็ต้องหาพาร์ทเนอร์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเรา ผู้ผลิตจีเอสเอ็มโมดูลรายหลัก ในโลกนี้สามเจ้า เป็นพาร์ทเนอร์เราทั้งหมดเลย เราก็ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน เพราะฉะนั้นเราก็จะเห็นเทรนด์และโอกาสทางธุรกิจก่อนใคร

 

บริษัทเติบโตถึงทุกวันนี้น่าจะมีพนักงานไม่น้อยเลย คุณมีแนวคิดในการดูแลพวกเขาอย่างไร

ปัจจุบันนี้นอกจาก ดี.ที.ซี. แล้วยังมีอีกสามบริษัทย่อย มีพนักงานรวมราว 400 คน คือผมบอกกับพนักงานว่า งานที่นี่ไม่ใช่งานที่สบายเป็นงานที่หนัก แต่เราจะให้หนักเฉพาะงาน ไม่ให้หนักใจ ผมให้นโยบายอย่างเดียวคือให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมการทำงานให้มีความสุข ทำยังไงก็ได้ให้พนักงานรู้สึกสนุกและอยากตื่นขึ้นมาทำงาน

อย่างผมเองลูกน้องทุกคนสามารถคุยได้เลย ไม่ต้องมานั่งนัดผ่านเลขาฯ ผมก็พยายามดูแลใกล้ชิด ถ้าผู้บริหารกับลูกน้องห่างกันมากมันก็ไม่ดี บางทีมีปัญหาเราก็จะรู้ช้า แล้วก็สิ่งหนึ่งที่ผมพยายามปลูกฝังลูกน้องคือ เรื่องการคุยกันอย่างเปิดเผย ไม่ต้องเกรงใจ เพราะการไม่พูดปัญหามันไม่ได้แก้ แม้กระทั่งคำสั่งผม ถ้ามันผิดก็ต้องบอก

 

 

จากคนหลักสิบจนถึงปัจจุบันต้องดูแลคนหลักร้อย เคยมีปัญหาเรื่องการบริหารคนหมู่มากบ้างไหม

การดูแลแบบพี่น้องมันก็มีข้อเสียเหมือนกันบางที วินัยก็จะหย่อน ต้องบอกหลายทีบางทีก็ต้องเอามือชี้ขู่ว่าจะตีบ้าง (หัวเราะ) เหมือนพี่บอกน้องเพราะบางทีน้องก็เกเรไปบ้าง เมื่อก่อนนี่เราเหมือนกองโจร ทำกันด้วยใจจริง ๆ ทำงานกันเหมือนโรงงานนรกเลย แต่ถ้าเรายังปล่อยให้เป็นอินดี้ต่อไป พอเราโตมาก ๆ ก็ไม่ไหวเหมือนกัน ทุกอย่างต้องอยู่ด้วยความพอดี จริง ๆ ตอนนี้เราก็มีมืออาชีพที่เคยอยู่องค์กรใหญ่เข้ามาจัดระบบนะแต่ผมก็บอกว่าเอาพอดี ๆ นะ ผมไม่อยากให้มันเสียความเป็นพี่น้องไป

 

เปิดมานานถึง 21 ปี และมีลูกน้องเกือบครึ่งพัน น่าจะเคยมีเหตุการณ์ประทับใจที่เกิดขึ้นกับลูกน้องมาไม่น้อย พอจะเล่าให้ฟังสักเรื่องได้ไหม

เคยมีน้องคนหนึ่งเป็นผู้บริหารฝ่ายขายมาลาออกที่บริษัท เพราะเขาป่วยหนักและต้องใช้เวลาในการรักษาตัว เขาเป็นน้องทำงานหนักกับเรามาตั้งแต่เริ่มแรก ถ้าบริษัทมีตึกอยู่แปดเก้าชั้น เขาก็ต้องเป็นคนที่ร่วมสร้างไม่ต่ำกว่าครึ่งชั้น ชั้นนึง ผมถามว่าใช้เวลาในการรักษานานขนาดไหน เขาก็บอกว่าประมาณครึ่งปีหรือปีนึง ผมก็บอกว่าเห้ยในเมื่อเราพิสูจน์ใจกันมาแล้ว อยู่กันมานาน คุณเจ็บป่วยเราก็ต้องดูแล ช่วงนั้นทำงานแค่ไหนแค่นั้น ผมจ่ายเงินเดือนให้เป็นปกติ  

จนกระทั่งเกือบปีหนึ่งเขาหาย ผมได้ลูกน้องคนเดิมที่กลับมาแข็งแรงเหมือนเก่า และทุกวันนี้ก็ยังเป็นกำลังหลักของผมอยู่ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่เรารู้สึกดีด้วยกันทั้งคู่ แต่ต้องเน้นว่าบริษัทจะใช้วิธีนี้กับทุกคนไม่ได้ มาตราฐานมันก็ต้องมี แต่บางคนเราก็ต้องตัดสินใจให้มากกกว่า โดยเฉพาะคนที่ร่วมสร้างมาด้วยกัน

 

คิดอย่างไรกับคนรุ่นใหม่ ซึ่งน่าจะมีบทบาทต่อบริษัทเทคโนโลยีอย่าง ดี.ที.ซี. อย่างมากในอนาคต

เด็กรุ่นใหม่ เขามีไฟ มีไอเดียดี ๆ เยอะ ยิ่งเทคโนโลยีเนี่ย คนยุคผมอาจไม่ทันเขาด้วยซ้ำซึ่งเราก็ชอบ แต่เด็กจบใหม่บางครั้งเปราะบางไปนิดนึง บางทีเจออะไรหน่อยก็ลาออก เชื่อสิบางอย่างอดทนด้วยกันปรับตัวด้วยกันสักนิดหนึ่ง แล้วพอปรับได้เมื่อไหร่คราวนี้ก็วิ่งกันได้ยาวเลย

ผมมีความฝันนะผมอยากให้บริษัทนี้อยู่ได้ไม่ต่ำกว่าร้อยปี มันน่าภูมิใจนะ ผมก็บอกว่ายุคของผมเหลือเวลางานไม่นาน ยุคต่อไปจะทำยังไง ด้วยโครงสร้างบริษัทมันไปได้อยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ผมอยากให้พวกเขามีส่วนร่วมในการคิดเรื่องนี้

 

ทิศทางและเป้าหมายในอนาคตของ ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์

ในด้านสังคมเราได้กำไรจากเรื่องของรถมาเยอะแล้วก็อยากจะคืนสู่สังคมบ้างในเรื่องนี้ บ้านเราอุบัติเหตุบนท้องถนนเนี่ยมีมากเป็นอันดับสองของโลก เราก็เลยคิดถึงเมื่อก่อนเราเคยศึกษาเรื่องการขับรถอย่างปลอดภัย ผมจะกลับไปทำเรื่องนี้ และตอนนี้เราเตรียมคนไว้แล้ว หน่วยงานไหนที่ต้องการวิทยากรเรื่องนี้ผมจะไปทำให้ไม่เอาสตางค์ด้วย ในอนาคตอันใกล้นี่แหละ

ส่วนในด้านธุรกิจ สินค้าหลักของเราเรื่องของจีพีเอสต้องทำให้ดีที่สุด เราอยากให้สินค้าของเราขายได้ทั่วโลก ผมบอกเลยว่าเราท้าทั่วโลก อีกเรื่องคือ แอปพลิเคชันมือถือ ตอนนี้เราเป็นแชมป์ในธุรกิจระดับใหญ่แล้ว เหมือนเรามีมิชลินสตาร์ มีเชลล์ชวนชิมแล้ว ก็ต้องรีบเอาไปขาย ผมว่าพัฒนาดี ๆ ไปขายในตลาดโลกได้ด้วย

อีกเรื่องหนึ่งที่เราก็เชื่อว่าเราทำได้คือเรื่องของการทำสมาร์ทโซลูชั่นให้งานราชการ แต่ก่อนเราไม่รับทำเลยนะแต่เรารู้ว่าหน่วยงานราชการเนี่ยเมื่อก่อนฝรั่งหิ้วกระเป๋ามารับงาน แล้วก็มาจ้างคนไทยทำโยนเศษสตางค์ให้เราบางส่วนเท่านั้นเอง ผมไม่เอาแล้ว ผมรับทำเอง ต้องการอะไรเราทำให้ ล่าสุดเราทำให้กับกรมสรรพสามิต เมื่อก่อนต้องเอาคนมานั่งนับขวดเหล้า เครื่องดื่มชูกำลัง แต่ตอนนี้เราใช้เทคโนโลยีภาพถ่าย ซึ่งระบบจะนับเป็นจำนวนส่งเป็นข้อมูลและคำนวนเป็นภาษีได้เลย

และท้ายสุดคือเรากำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าตลาดหลักทรัพย์และมีแนวโน้มสูงที่จะได้เข้าในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย 
 


คนแบบไหนที่คุณอยากได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ดี.ที.ซี. เชิญชวนได้เลย

เราต้องการบุคลากรที่มีความมันในอารมณ์ มีความสามารถ มีความสนุกสนานและอยากจะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ ที่สำคัญต้องมีจิตใจบริการ เพราะปรัชญาของผมคือเราเปลี่ยนลูกค้าให้เป็นเพื่อน คุณอาจจะยังไม่ได้เก่งกาจมากไม่เป็นไร แต่คุณต้องมีความอดทน เพราะความอดทนจะช่วยต่อยอดให้คุณมีความสามารถได้ในอนาคต

ตลอดยี่สิบเอ็ดปีมาแล้วบริษัทเราโตมาตลอด และในระยะเวลาอันใกล้นี้เราจะโตแบบก้าวกระโดด เพราะตอนนี้เราอยู่ในเทรนด์ธุรกิจที่มาแรงที่สุด ผมจะเอาสินค้าของเราออกไปให้โลกเห็นว่านี่คือเทคโนโลยีที่คนไทยทำ คนทั้งโลกต้องมาใช้ของเรา ถ้าคุณเป็นคนที่รักความท้าทายก็อยากให้มาร่วมทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่นี้ด้วยกันครับ

 

การที่องค์กรจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ได้นั้น นอกเหนือจากความร่วมแรงร่วมใจกันของพนักงานแล้ว วิสัยทัศน์ที่เฉียบแหลม และความมุ่งมั่นของผู้นำมีส่วนสำคัญอย่างมาก ซึ่งถ้าเปรียบบริษัท ดี.ที.ซี. เป็นเหมือนรถคันหนึ่ง คุณทศพล ก็เปรียบเหมือนผู้นำที่กุมพวงมาลัยพาพนักงานที่นั่งกันมาเต็มคันรถ มุ่งสู่เส้นทางยาวไกลที่อาจจะคดเคี้ยว และลาดชันอยู่บ้าง แต่แน่นอนเลยว่าจุดหมายปลายทางที่เขาฝันไว้จะต้องยิ่งใหญ่และนำพาความสำเร็จมาสู่ทุกคนในองค์กรอย่างแน่นอน

 

JobThai.com/REACH มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงานที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

tags : inspiration, แรงบันดาลใจ, การพัฒนาตัวเอง, เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ, dtc enterprise, jobthai



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม