แนวคิดสร้างแรงบันดาลใจสำหรับผู้หญิงจาก 4 ผู้บริหารหญิงของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ

แนวคิดสร้างแรงบันดาลใจสำหรับผู้หญิงจาก 4 ผู้บริหารหญิงของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ
02/02/17   |   5.7k   |  

คุณคือผู้หญิงวัยทำงานที่กำลังมองหาคำแนะนำเพื่อการทำงานให้ประสบความสำเร็จและการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่หรือเปล่า ถ้าใช่ วันนี้ JobThai.com/REACH มีคำแนะนำที่กลั่นกรองมาจากประสบการณ์ตรงและชีวิตจริงของบรรดาผู้บริหารหญิงจากบริษัทเทคโนโลยีอันดับต้นๆ ของโลก ถึง 4 บริษัทที่อาจเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันให้คุณผู้หญิงได้ใช้ชีวิตแบบสาวมั่นและพร้อมเผชิญทุกความท้าทายไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว

 

 

ช่วงเริ่มต้นมักจะยากที่สุดเสมอ
การเริ่มต้นทำอะไรใหม่ ๆ มักจะยากที่สุดเสมอ เพราะเราไม่คุ้นเคย และไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่ต้องเลี้ยงลูกไปด้วย ทำงานไปด้วย สัจธรรมนี้จริงเสียยิ่งกว่าจริง สำหรับ Susan Wojcicki CEO ของ YouTube เธอเล่าว่าช่วง 2-3 ปีแรกเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด นับตั้งแต่ช่วงที่ลูกเกิดไปจนถึงวัยก่อนเข้าโรงเรียนเป็นช่วงเวลาที่สาหัสที่สุดสำหรับเธอ เธอแนะนำคุณแม่มือใหม่ให้อดทนไว้ และพยายามรักษาสมดุลระหว่างการทำงานและครอบครัวให้ดีที่สุด
 

Susan Wojcicki พยายามผลักดันให้ภาครัฐบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทในการจ่ายค่าชดเชยการลาคลอดบุตร (Maternity Leave) ขึ้น ซึ่งสหรัฐอเมริกาเป็นเป็นหนึ่งในหลาย ๆ ประเทศพัฒนาแล้วที่ยังไม่มีกฎหมายบังคับให้บริษัทต้องจ่ายค่าชดเชยสำหรับการคลอดบุตรอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ที่ Youtube เธอยังมีนโยบายให้ที่จอดรถพิเศษสำหรับพนักงานที่ตั้งครรภ์ และห้องพิเศษในการเลี้ยงเด็กสำหรับพนักงานที่เพิ่งเป็นคุณแม่โดยเฉพาะและยังยืดหยุ่นเวลางานให้พนักงานที่ยังมีลูกเล็กได้กลับบ้านไปดูแลลูกอย่างใกล้ชิดได้อีกด้วย   

 

โอกาสมักจะมาในเวลาที่คุณไม่พร้อม
Susan Wojcicki ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงานวันรับปริญญาของมหาวิทยาลัย Johns Hopkins ในปี 2014 ไว้ว่า คนเรามักจะไม่ได้เจอโอกาสที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสมเท่าไรนัก โอกาสมักจะมาในช่วงเวลาที่เราคาดไม่ถึง หรือช่วงที่เราไม่พร้อมจะคว้าโอกาสนั้น โอกาสที่ดีมักจะมาพร้อมกับช่วงเวลาที่ท้าทาย มันจะมาพร้อมกับปัญหา ให้เราต้องลุ้นว่าจะเสี่ยงกับมันดีไหม สำหรับงานสายเทคโนโลยีที่เธอทำก็ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งเช่นกัน เธอบอกว่าผู้หญิงมักจะไม่เลือกทำงานในสายเทคโนโลยีเพราะความเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับวงการนี้ ความจริงแล้วงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีไม่ได้ดูยากอย่างที่คิด มิหนำซ้ำงานนี้ยังเปิดโอกาสให้คนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานอย่างเต็มที่ ถึงเวลาทำงานจริงผู้หญิงและผู้ชายในทีมก็มีสิทธิ์มีเสียงในการแสดงความคิดเห็นพอ ๆ กัน อีกทั้งยังต้องอาศัยการร่วมมือกันในการแก้ปัญหาเป็นทีม งานประเภทนี้จึงไม่ได้เหมาะสำหรับผู้ชายอย่างเดียว Susan Wojcicki แนะว่ามีโอกาสมากมายในชีวิตรอเราอยู่ อย่าเพิ่งกลัวจนไม่กล้าจะตัดสินใจ จนทำให้เราพลาดสิ่งดี ๆ ในชีวิต          

 

กล้าที่จะถาม เมื่อคุณไม่รู้
Susan Wojcicki จาก Youtube พูดถึงประสบการณ์ของเธอในการทำงานในแวดวงเทคโนโลยี ว่าการทำงานโดยเฉพาะในวงการนี้คุณต้องเรียนรู้และ รู้จักที่จะตั้งคำถามตลอดเวลา ความจริงของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีก็คือ ทุกคนก็เพิ่งจะได้ลองทำสิ่งต่าง ๆ เป็นครั้งแรกเหมือน ๆ กัน ไม่มีใครรู้หรอกว่าควรจะทำอะไร อย่างไร เราต้องกล้าที่จะถามคำถาม เมื่อเราไม่รู้ โดยไม่ต้องกลัวคนอื่นจะหาว่าเราไม่ฉลาด คนเราก็ต้องมีครั้งแรกกันทั้งนั้น และต่อให้เราทำงานเก่งแค่ไหน “ครั้งแรก” หรือ “คำถามแรก” ของเราก็จะยังไม่หมดไปเพราะในโลกปัจจุบันที่สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนี้ ไม่มีใครเป็นคนเก่งได้ถ้าไม่ขยันเรียนรู้และขยันถาม

 

 

ลองทำในสิ่งใหม่แม้ยังไม่พร้อม
สำหรับ Marissa Mayer อดีตหนึ่งในทีมผู้บริหารของ Google และอดีต CEO ของ Yahoo เธอเห็นว่าเมื่อเรากำลังจะลงมือทำอะไรสักอย่าง แล้วเราคิดกับตัวเองว่า “ฉันไม่พร้อมจะทำสิ่งนี้เอาเสียเลย” นั่นแหละคือช่วงเวลาที่เรากำลังผลักดันตัวเองให้ลองทำในสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่ถนัด แล้วเราจะได้พัฒนาตัวเอง

 

จากประสบการณ์จริงของ Marissa Mayer ในปี 1999 ตอนที่เธอกำลังจะจบการศึกษาจากสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัย Stanford มีบริษัทมากมายถึง 14 แห่งที่อยากได้ตัวเธอไปร่วมงานด้วย แต่บริษัทที่เธอเลือกคือบริษัทน้องใหม่เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่าเธอแค่อยากจะทำงานกับคนที่ฉลาด การทำงานกับคนที่ฉลาดกว่านั้นเป็นเรื่องที่ท้าท้ายเพราะเราต้องไล่ตามพวกเขาให้ทัน ด้วยเหตุผลนี้เธอจึงเข้ามางานที่บริษัทเล็ก ๆ แห่งนี้ถึง 13 ปี ซึ่งบริษัทที่ว่าก็คือ Google บริษัทชั้นนำด้านระบบการค้นหาข้อมูลที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลที่สุดของโลกบริษัทหนึ่งในปัจจุบัน    

 

 

อย่ามองว่าความก้าวหน้าทางอาชีพจะต้องมีสูตรสำเร็จที่ตายตัว
รู้จัก Jungle Gym หรือ เครื่องเล่นที่เด็ก ๆ ชอบปีนแข่งกันเพื่อไปให้ถึงยอดบนสุดไหม Sheryl Sandberg COO ของ Facebook เปรียบเทียบการก้าวสู่ความสำเร็จกับเครื่องเล่นนี้ไว้ได้อย่างน่าสนใจ เธอบอกว่าอย่ามองเส้นทางไปสู่จุดสูงสุดของการทำงานเป็นขั้นบันได (Ladder) ที่มีทางขึ้นลงแค่ทางเดียว แต่ให้มองเหมือนเป็น Jungle Gym ที่ขึ้นได้จากหลาย ๆ ทาง และไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวในการปีนไปให้ถึงยอด ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการเติบโตในการทำงานในโลกยุคปัจจุบัน ที่เราไม่ได้มีโอกาสในการก้าวหน้าหรือได้รับการเลื่อนตำแหน่งด้วยวิธีการ หรือการทำงานแค่อย่างเดียว เราอาจจะได้เจอทางตรง ต้องใช้ทางอ้อม ทางลัด หรือแม้แต่เจอทางตัน แต่ทั้งหมดจะทำให้เราเรียนรู้และประสบความสำเร็จในตำแหน่งที่สูงขึ้นได้ในอนาคต    

 

นอกจากนี้ Sheryl Sandberg ยังอยากให้ผู้หญิงยุคใหม่กล้าที่จะเสี่ยงมากขึ้น เธอบอกว่าผู้หญิงเรามักจะหลีกเลี่ยงงานที่ดูยากและท้าทาย ซึ่งอาจจะมีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการไม่แน่ใจในความสามารถของตนเองจนกลัวว่าจะทำงานไม่ได้ หรือกลัวว่าจะการรับงานใหม่นั้นจะเป็นการข้ามหน้าข้ามตาคนอื่นในแผนก เมื่อได้รับมอบหมายงานใหม่ ๆ ที่ดูยาก ผู้หญิงมักจะอ้างว่าไม่คุ้นเคย ไม่ถนัดงาน หรือไม่ได้จบมาด้านนี้โดยตรง เธอแนะนำว่าผู้หญิงเราต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เปลี่ยนจากกรอบความคิดที่ว่า “ฉันไม่พร้อมจะทำสิ่งใหม่” เป็น “ฉันอยากจะลองดูสักตั้งและฉันจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในระหว่างทำงานนี้”

 

 

ให้ความสำคัญกับสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต
สำหรับคำแนะนำของ Meg Whitman อดีตผู้บริหารของ eBay และ CEO คนปัจจุบันของ Hewlett-Packard (HP) การทำงานอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จนั้น ในฐานะคุณแม่ลูกสองเธออยากทำทุกบทบาทให้ได้ดีที่สุด เธออยากเป็นทั้งภรรยา แม่ และ CEO ที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เธอก็รู้ว่าบางทีคนเราก็ทำทุกอย่างให้ดีไปเสียหมดไม่ได้ เธอยังยกตัวอย่างของเพื่อนของเธอที่ยอมลาออกจากงานมาเพื่อจะได้มีเวลาเลี้ยงลูกอย่างเต็มที่เพื่อชี้ให้เห็นว่าบางทีคนเราก็ต้องตัดสินใจเลือกเฉพาะสิ่งที่สำคัญที่สุดและมีคุณค่ากับชีวิตของเราจริงๆ เท่านั้น 

 

สำหรับ Meg Whitman แม้การทุ่มเทตั้งใจในการทำงานนั้นจะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญกับชีวิตของเธอ แต่ในท้ายที่สุดแล้วเมื่อกลับมาถึงบ้าน ครอบครัวก็คือสิ่งที่สำคัญที่สุดอยู่ดี เธอไม่ได้ทำแต่งานจนลืมความสัมพันธ์ของคนใกล้ชิด เธอกับสามีพยายามให้เวลากับลูกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยการทำกิจกรรมที่สร้างความอบอุ่นในครอบครัว เพราะสมาชิกในครอบครัวคือคนที่จะคอยอยู่เคียงข้างเรา

 

สำหรับคำแนะนำในการทำงาน Meg Whitman กล่าวว่าคนเรามักจะใช้เวลาอยู่ที่ทำงานแทบจะมากกว่าอยู่บ้านเสียอีก เพราะฉะนั้นจงเลือกทำงานในสิ่งที่ตัวเองรักจริง ๆ นอกจากการทำในสิ่งที่รักแล้ว คนที่เราทำงานด้วยก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เราต้องทำงานกับคนที่ทำงานด้วยแล้วมีความสุข เธอเล่าว่าเธอชอบทำงานกับทีมของเธอ เธอชอบบรรยากาศของการทำงานร่วมกัน ชอบความสนุกในการช่วยกันคิด ช่วยกันหาทางออกไปพร้อม ๆ กัน  Meg Whitman ยังแนะนำสาว ๆ รุ่นใหม่ว่า ถ้าคุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกบีบบังคับให้ต้องทำในสิ่งที่คุณไม่เห็นด้วย หรือแนวทางการบริหารงานขององค์กรทำให้คุณสูญเสียความเป็นตัวของตนเอง ก็จงออกมาจากที่นั่นและค้นหาที่ที่ใช้สำหรับตัวคุณเอง

 

อย่าฟังแต่เสียงคนอื่นจนลืมฟังเสียงของตัวเอง
คุณแม่ของ Meg Whitman เคยให้คำแนะนำกับเธอตั้งแต่ปี 1973 ว่า ให้ระลึกไว้เสมอว่าผู้หญิงเราจะทำสิ่งใดก็ได้ที่เราอยากทำ อย่าให้ใครมาพูดกับเราว่า  “คุณไม่ฉลาดพอที่จะทำงานนี้” “เรื่องนี้มันยากเกินไปสำหรับคุณ”  “ความคิดของคุณมันเป็นไปไม่ได้”  “ไม่เคยมีใครเคยทำสำเร็จมาก่อน” หรือ “ผู้หญิงเราเขาไม่ทำแบบนี้กัน” และนั่นทำให้เธอไม่เคยกังวลเลยว่าคนอื่นจะพูดอย่างไรเกี่ยวกับการทิศทางและวิธีการทำงานของเธอ

 

 

JobThai.com/REACH มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

ที่มา:
mic.com
fortune.com
wsj.com
forbes.com
youtube.com


ที่มาภาพประกอบ: 

TechCrunch
Magnus Höij
World Economic Forum
Meg Whitman for Governor

 

tags : แรงบันดาลใจ, inspiration, งาน, การทำงาน, ผู้บริหาร, เคล็ดลับการทำงาน, เทคนิคการทำงาน, แนวคิดในการทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม