4 วิธีเติมเชื้อไฟเมื่อเจอวิกฤติวัยกลางคน

4 วิธีเติมเชื้อไฟเมื่อเจอวิกฤติวัยกลางคน
06/12/18   |   602   |  

Midlife Crisis หรือวิกฤติการณ์ของวัยกลางคนที่รู้สึกหมดไฟในการทำงาน ช่วงเวลากว่า 20 ปีในบริษัทและงานเดิม ๆ ทำให้คนทำงานวัยกลางคนเกิดปัญหา “หมด Passion” ในการทำงานไปเสียเฉย ๆ จากความกระตือรือร้น ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ และความอยากก้าวหน้า กลับกลายเป็นมนุษย์ที่ตื่นเพื่อมาตอกบัตรเข้า 9 โมงเช้าและออก 5 โมงเย็นเพียงเท่านั้น

 

วันนี้ JobThai จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับวิกฤติวัยกลางคนให้มากขึ้นว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร และถ้าหากต้องเจอเข้ากับตัวเองแล้วเราจะมีวิธีเติมเชื้อไฟในตัวอย่างไรเพื่อให้ Passion ของการทำงานกลับมาลุกโชนเหมือนวัยหนุ่มสาวอีกครั้งหนึ่ง

 

 

  • หาคนที่สามารถพูดคุยด้วยได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน คนในครอบครัว หรือจิตแพทย์ สิ่งสำคัญคืออย่าคิดว่ามีเพียงแค่ตัวเราคนเดียวในโลก

  • ตั้งเป้าหมายใหม่ที่จะช่วยสร้างความท้าทายให้กับชีวิตมากยิ่งขึ้น

  • เรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ หรือเรื่องที่อยู่ในความสนใจของเรา เพราะความรู้ใหม่เหล่านี้จะช่วยทำให้โลกทรรศน์ของเราเปิดกว้างมากขึ้นนั่นเอ

  • ออกไปช่วยเหลือผู้คนหรือเพื่อนร่วมงาน สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความภูมิใจในตัวเองและรู้สึกว่าตัวเรามีคุณค่า

 

 

วิกฤติวัยกลางคนเป็นช่วงที่ชีวิตสับสนจากปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • ช่วงเปลี่ยนผ่านที่ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิต

  • เศร้าเสียใจจากเป้าหมายและความพยายามที่ไม่สำเร็จ ทำให้ต้องเริ่มการแสวงหาตัวตนและค้นหาความหมายครั้งใหม่

  • ความรู้สึกว่างเปล่าในด้านชีวิตที่ลูกหลานเริ่มเติบโตทยอยออกไปเรียนและทำงาน รวมถึงการงานที่อาจมองไม่เห็นโอกาสและความก้าวหน้าอีกต่อไป

  • ความรู้สึกกังวลเรื่องอายุที่มากขึ้น สังเกตจากการต้องใส่แว่นอ่านหนังสือ, ผมเริ่มบาง, เข้าสู่วัยทอง หรือแม้แต่เพื่อนฝูงเริ่มล้มหายตายจาก

 

สัญญาณเตือนหลัก ๆ ของวิกฤติวัยกลางคนมีหลายรูปแบบแตกต่างออกไปตามที่แต่ละคนจะพบเจอ แต่ในภาพรวมแล้วมักจะเจอจุดร่วมสำคัญอย่าง อารมณ์แปรปรวนรวดเร็ว, รู้สึกโกรธง่าย, เครียดง่ายกว่าปกติ และรวมถึงหมดไฟในการทำงาน ซึ่งงานวิจัยของมหาวิทยาลัย Harvard ระบุไว้ว่าส่วนใหญ่แล้วช่วงอายุที่พบวิกฤติวัยกลางคนมักจะมีอายุตั้งแต่ 40 – 60 ปี นั่นเอง

 

สิ่งที่คนทำงานวัยกลางคนควรทำคือปรับมุมมอง และเปิดใจให้กว้างสำหรับการเปลี่ยนแปลง

แม้ว่าจะมีวันคืนเก่า ๆ ที่ดีในชีวิต แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไปการเปิดใจให้กว้างและทำความเข้าใจกับชีวิตเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงคือสิ่งจำเป็น เพราะไม่ว่าจะเป็นความรู้ ประสบการณ์ หรือแม้แต่ความปลอดภัยด้านต่าง ๆ ที่เคยมีในชีวิตล้วนกลายเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น

 

ลองถามคำถามเชิงบวกเพื่อกำจัดความคิดเชิงลบในตัวเช่น “เราอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรให้ชีวิตดีขึ้นบ้าง?” เพื่อให้สามารถโฟกัสสิ่งที่อยู่เบื้องหน้ามากกว่าการคิดถึงสิ่งที่สูญเสียไปแล้วซ้ำ ๆ นั่นเอง นอกจากนี้เราไม่ควรเปรียบเทียบสถานการณ์ชีวิตตัวเองกับคนอื่นเพราะไม่ส่งผลดีอะไรกับเราเองเลย

 

4 วิธีเติมไฟในตัว เมื่อเจอวิกฤติวัยกลางคน

 

เปิดใจคุยกับใครสักคน

อย่าคิดว่าเราอยู่ตัวคนเดียวในโลก พยายามออกไปคุยกับคนที่มีมุมมองด้านบวกกับชีวิต อาจเป็นเพื่อร่วมงาน จิตแพทย์ ที่ปรึกษาด้านอาชีพและชีวิตก็ได้เช่นกัน บางครั้งวิกฤติวัยกลางคนก็มาพร้อมกับสัญญาณที่ว่าเราหมดความสนใจในเรื่องที่เคยมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำ การได้พูดคุย พบปะกับคนที่สนใจเรื่องเดียวกันจะเป็นส่วนช่วยให้ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

 

ลองตั้งเป้าหมายใหม่ให้กับชีวิต

แม้ว่าที่ผ่านมาทั้งชีวิตและการทำงานจะยังไม่มีเป้าหมายอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันเลย ให้ถือว่าช่วงวัยกลางคนนี้เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้ลองตั้งเป้าหมายใหม่อีกสักครั้ง อาจเป็นรื้อฟื้นความฝันวัยเด็ก หรือสิ่งที่เราคิดมานานแล้วแต่ไม่ได้ลงมือทำสักที 

 

ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ตั้งเป้าหมายว่าจะเรียนรู้ภาษาใหม่ ๆ เพิ่มเติม, จะพัฒนาทักษะทางด้าน Data ที่คิดเอาไว้ว่าอนาคตอาชีพของเราต้องเกี่ยวข้องมากขึ้น หรือตั้งใจจะเข้าไปทำงานอาสาสมัครและช่วยเหลือสังคมในส่วนที่เราทำได้

 

กลับมาเป็นนักเรียนอีกครั้ง

ลองจิตนาการภาพกิจวัตรประจำวันของเราที่ต้องตื่นนอนแต่เช้า เข้างาน ประชุมกับทีม ตอบอีเมล วนซ้ำไปอย่างนี้ทุก ๆ วัน บางครั้งอาการหมดไฟก็เกิดขึ้นจากกิจวัตรที่เราอยู่กับสิ่งเดิม ๆ นานจนเกินไปนั่นเอง ลองกลับมาเรียนรู้เรื่องที่สนใจอีกครั้งแล้ววางแผนทำสิ่งเหล่านั้นอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการไปเข้าอบรมสัมมนาและสมัครเรียนคอร์สออนไลน์ เพราะการที่ได้ทักษะใหม่ ๆ จะช่วยให้มุมมองต่อชีวิตของเราเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

 

ทำบางสิ่งที่มีคุณค่าและมีความหมาย

ออกไปช่วยเหลือคนอื่นให้มากขึ้นไม่ว่าจะในชีวิตประจำวันหรือเพื่อนร่วมงาน อาจฟังดูเป็นคำแนะนำแปลกประหลาดที่จะให้คนกำลังหมดไฟไปช่วยเหลือคนอื่น แต่นี่จะเป็นประสบการณ์ชั้นเยี่ยมที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและมีความสุขที่เห็นคนอื่นบรรลุเป้าหมายในชีวิตของพวกเขา บางครั้งจุดเปลี่ยนเล็ก ๆ แบบนี้จะเป็นส่วนช่วยให้เรากลับมารู้สึกมีไฟและอยากท้าทายกับชีวิตของตัวเองมากขึ้น

 

หากกำลังรู้สึกว่าชีวิตของเราตอนนี้หมดไฟในการทำงาน ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้วไม่มีแรงจูงใจใด ๆ ให้ลุกไปทำงาน อย่าเพิ่งหดหู่ ท้อใจ และจมไปกับอารมณ์เหล่านั้น เพราะมีแต่ความเข้าใจตัวเองเพียงเท่านั้นที่จะช่วยให้เราคลายปัญหานี้ได้ ค่อย ๆ ปรับมุมมองและเปิดใจให้กว้างเข้าไว้ JobThai เชื่อว่าคนทำงานวัยกลางคนที่กำลังเจอกับวิกฤติจะสามารถผ่านพ้นปัญหาและกลับมามีไฟในการทำงานได้อีกครั้งแน่นอน

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

ที่มา :

mindtools.com

monster.com

forbes.com

 

tags : คนทำงาน, เคล็ดลับการทำงาน, วิกฤติวัยกลางคน, เคล็ดลับสำหรับคนทำงาน, แนวคิดในการทำงาน, career&tips, ความสุขในการทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม