Social Media เครื่องมือในการสรรหาพนักงานที่ HR ไม่ควรมองข้าม

Social Media เครื่องมือในการสรรหาพนักงานที่ HR ไม่ควรมองข้าม
13/11/18   |   928   |  

ทุกวันนี้ Social Media เป็นสื่อที่ทุกคนแทบขาดไม่ได้กันไปแล้ว ไม่ว่าจะใช้ในการติดต่อสื่อสารกับคนอื่น ๆ หรือติดตามข่าวสารความบันเทิงต่าง ๆ ทำให้องค์กรหันมาให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่าน Social Media มากขึ้น ที่เห็นได้ชัดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการทำการตลาดผ่านช่องทางนี้ที่กำลังเป็นที่นิยมและเป็นช่องทางหลักทางหนึ่งในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม Social Media ไม่ได้มีประโยชน์ต่อองค์กรแค่ในเรื่องการทำการตลาดเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคลในแง่ของการสรรหาและว่าจ้างพนักงานด้วย ทั้งการหาคนและการคัดกรองผู้สมัคร ซึ่งผลการสำรวจของ Society for Human Resource Management (SHRM) ได้บอกไว้ว่าองค์กรกว่า 76% มีแผนใช้ Social Media ในการสรรหาพนักงาน และครึ่งหนึ่งขององค์กรที่มาตอบแบบสอบถามก็ยืนยันว่าช่องทางนี้เป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพ

JobThai จะพาไปดูว่าฝ่ายบุคคลจะสามารถใช้ Social Media มาเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับการสรรหาและคัดเลือกพนักงานได้อย่างไรบ้าง

 

 

ใช้ Social Media เป็นพื้นที่ในการหาคน

  • โพสต์ประกาศงานบน Social Media ขององค์กรและของเว็บไซต์ประกาศงาน เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้ผู้สมัครมากขึ้น เพราะนอกจากผู้สมัครจะเห็นประกาศงานมากขึ้นแล้ว ยังซื้อโฆษณาโดยระบุกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ด้วย
  • นำเสนอวัฒนธรรมองค์กรผ่าน Social Media เพื่อให้คนภายนอกรู้จักองค์กร เพราะการได้ทำงานในองค์กรที่น่าอยู่ และเหมาะกับตัวเองเป็นหนึ่งแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ผู้สมัครสนใจองค์กร

ใช้ Social Media เป็นเครื่องมือในการคัดกรองผู้สมัคร

  • ดูภาษา ทัศนคติ และเรื่องราวที่ผู้สมัครโพสต์ หรือแชร์บน Social Media ของเขา ว่าเหมาะกับตำแหน่งงานที่สมัคร และองค์กรของเราหรือไม่
  • Social Media อาจเป็นเหมือน Portfolio ของผู้สมัครที่เขาใช้โพสต์รูปผลงาน หรือบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการทำงานของเขา
  • เปรียบเทียบข้อมูลที่ผู้สมัครใส่ไว้ในเรซูเม่ กับบน Social Media ว่าตรงกันหรือไม่ หรือหากพบว่าตัว HR เองกับผู้สมัครมีคนรู้จักคนเดียวกันก็อาจสอบถามไปยังบุคคลนั้นเพื่อทำความรู้จักสมัครให้มากขึ้นได้

 

 

ใช้ Social Media เป็นพื้นที่ในการหาคน

 

เพิ่มโอกาสการเข้าถึงผู้สมัครด้วยการโพสต์ประกาศงานบน Social Media

ในแต่ละวันมีคนเข้าถึง Social Media ต่าง ๆ จำนวนมหาศาล ทำให้ช่องทางนี้เป็นอีกหนึ่งช่องทางการประกาศงานที่หลายองค์กรเริ่มให้ความสำคัญ นอกเหนือจากการลงประกาศผ่านเว็บไซต์หางาน หรือเว็บไซต์ขององค์กร เพราะทำให้ผู้สมัครมีโอกาสเห็นประกาศงานมากขึ้น

โดยการโพสต์ประกาศงานบน Social Media นั้นมักจะอยู่ใน 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ ผ่านทาง Social Media ของเว็บไซต์ประกาศงานต่าง ๆ ที่ปัจจุบันเริ่มใช้ Social Media ของตัวเองเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำหรับให้บริการลูกค้าองค์กรในการลงประกาศงาน และอีกหนึ่งวิธีก็คือผ่านทาง Social Media ขององค์กรเอง ซึ่งทั้งสองรูปแบบก็จะมีจุดเด่นและข้อได้เปรียบที่แตกต่างกันไป

การลงประกาศงานผ่าน Social Media ของเว็บไซต์ประกาศงานที่มีคนติดตามจำนวนมาก ทำให้ประกาศงานของเรากระจายออกไปในวงกว้างและหลากหลาย ในขณะที่การโพสต์ประกาศงานบน Social Media ขององค์กรจะทำให้คนที่กดติดตามได้เห็นประกาศงานที่เราโพสต์ซึ่งก็อาจจะทำให้มีโอกาสได้ผู้สมัครที่สนใจองค์กรเราอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นในบาง Social Media เรายังซื้อโฆษณา โดยที่ระบุกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการให้โฆษณาไปถึงได้อีกด้วย

 

นำเสนอวัฒนธรรมองค์กรผ่าน Social Media เพื่อดึงดูดผู้สมัคร

ไม่เพียงแค่ได้ทำงานที่ชอบ มีเงินเดือนและสวัสดิการที่ดีเท่านั้น แต่การได้ทำงานในองค์กรที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่น่าอยู่ และเหมาะกับตัวเองยังเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ผู้สมัครสนใจองค์กรด้วย องค์กรต่าง ๆ จึงหันมาให้ความสำคัญกับการทำ Employer Branding กันมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าในยุคที่ Social Media เป็นสื่อที่คนสามารถเข้าถึงง่ายและรวดเร็วแบบนี้ องค์กรก็ควรจะใช้พื้นที่ตรงนี้ทำให้คนภายนอกได้รู้จักองค์กรของเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอัปโหลดวิดีโอแนะนำองค์กร โพสต์ภาพกิจกรรมต่าง ๆ ที่องค์กรจัดให้กับพนักงาน หรือภาพรางวัลต่าง ๆ ที่องค์กรได้รับ รวมไปถึงการไลฟ์ในขณะที่มีอีเวนต์พิเศษอะไรบางอย่างก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

แต่นอกจากการสื่อสารเพื่อทำให้คนภายนอกรู้จักองค์กรมากขึ้นแล้วก็ต้องมีการสื่อสารภายในองค์กร และให้พนักงานมีส่วนร่วมด้วย เช่น มีปฏิสัมพันธ์กับโพสต์ต่าง ๆ บน Social Media ขององค์กร หรือโพสต์และแชร์อะไรบางอย่างที่พูดถึงองค์กร บน Social Media ของพวกเขาเอง ซึ่งการที่คนภายนอกได้ทำความรู้จักองค์กรผ่านประสบการณ์หรือคำพูดของคนที่ทำงานอยู่ในองค์กรจริง ๆ นั้นอาจส่งผลดีและสร้างความน่าเชื่อถือได้ไม่น้อย เพราะพวกเขาจะเห็นว่าองค์กรนี้เป็นองค์กรที่พนักงานรักและภาคภูมิใจ

 

ใช้ Social Media เป็นเครื่องมือในการคัดกรองผู้สมัคร

 

ดูว่าผู้สมัครเป็นคนอย่างไรผ่านการโพสต์และแชร์บน Social Media

เรซูเม่หรือจดหมายสมัครงานที่ผู้สมัครส่งเข้ามาอาจจะทำให้ HR เห็นประสบการณ์การทำงาน ความสามารถ ทักษะต่าง ๆ แต่เราแทบจะไม่เห็นถึงทัศนคติในแง่อื่น ๆ ได้จากสิ่งเหล่านั้นเลยจนกว่าจะเจอตัวกันในวันสัมภาษณ์ ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็คงจะเตรียมตัวและเตรียมพร้อมที่จะนำเสนอด้านที่ดีที่สุดของตัวเองให้เราได้เห็นอยู่แล้ว Social Media จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะทำให้ HR ได้ทำความรู้จักผู้สมัครมากขึ้น เช่น ภาษาที่เขาใช้ในการโพสต์สถานะต่าง ๆ เป็นอย่างไร สมัครตำแหน่งนักเขียนแต่ใช้ภาษาวิบัติเต็มไปหมดหรือไม่ หรือสมัครตำแหน่ง PR แต่เมื่อย้อนไทม์ไลน์ลงไปก็เจอแต่การพูดถึงองค์กร เพื่อนร่วมงาน และเจ้านายในทางไม่ดีไหม แม้แต่การให้เครดิตเมื่อนำเรื่องราวหรือรูปภาพของคนอื่นมาใช้ใน Social Media ของตัวเองก็อาจบอกอะไรบางอย่างได้เช่นกัน

ไม่เพียงแต่พฤติกรรมไม่ดีที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานเท่านั้น แต่ HR ยังอาจดูไปถึงทัศนคติและความสนใจต่าง ๆ ของเขาด้วย เช่น แนวคิดที่เขามีต่อข่าวที่แชร์มาเป็นแบบไหน เพราะการจะรับใครสักคนเข้ามาทำงาน นอกจากความสามารถแล้ว ลักษณะนิสัยและทัศนคติที่เข้ากับทีมและองค์กรได้ก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่ต้องใช้ในการพิจารณา

แน่นอนว่าสิ่งที่แสดงออกบนโลกออนไลน์อาจจะไม่ใช่ตัวตนจริง ๆ ทั้งหมดของเขา แต่มันก็เป็นสิ่งที่เขาได้เลือกแล้วว่าจะให้คนอื่น ๆ ได้เห็น ซึ่งก็อาจก่อให้เกิดทั้งผลดีและผลเสียได้ทั้งสิ้น

 

Social Media ของผู้สมัคร อาจกลายเป็น Portfolio ที่โชว์ผลงานของเขา

ใครหลายคนใช้ Social Media เป็นเหมือนไดอารี่บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงานด้วย ทำให้ Social Media อาจจะกลายเป็น Portfolio ที่น่าสนใจของผู้สมัครที่ HR ไม่ควรมองข้าม เช่น โพสต์ที่บอกเล่าถึงอุปสรรคและวิธีแก้ไขปัญหาในการจัดงานอีเวนต์งานหนึ่งและมีรูปภาพงานอีเวนต์นั้นประกอบ ของผู้ที่สมัครงานในตำแหน่ง Event Planner ไม่เพียงแต่จะทำให้ HR เห็นผลงานของเขาเท่านั้น แต่ยังทำให้เห็นถึงความสามารถในการแก้ปัญหา และทักษะต่าง ๆ ของเขาด้วย

 

ตรวจสอบความถูกต้องของสิ่งที่ผู้สมัครบอกไว้ในเรซูเม่ ด้วยข้อมูลที่อยู่ใน Social Media

มีผู้สมัครจำนวนไม่น้อยที่ใส่รายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติของตัวเองในเรซูเม่หรือจดหมายสมัครงานแบบเกินจริงเพื่อดึงดูดความสนใจจาก HR การเข้าไปดู Social Media ของผู้สมัครจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ HR ตรวจสอบได้ว่าข้อมูลที่ผู้สมัครใส่มานั้นเป็นความจริงหรือไม่ แม้จะตรวจสอบไม่ได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีหลักฐานให้ได้เปรียบเทียบมากขึ้น อาทิ เขาระบุว่ามีทักษะการสื่อสารดีเยี่ยม แล้วการสื่อสารใน Social Media ของเขาเป็นไปตามนั้นไหม หรือประสบการณ์การทำงานและการศึกษาตรงกับที่ใส่ไว้ในเรซูเม่หรือไม่

นอกจากนั้นหากผู้สมัครและ HR ทำงานอยู่ในแวดวงเดียวกัน หรืออยู่ในคอมมูนิตี้อะไรบางอย่างที่เหมือนกัน การพบว่าตัวเองกับผู้สมัครมีคนรู้จักคนเดียวกันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งหากเป็นอย่างนั้น เราก็อาจจะทำความรู้จักผู้สมัครให้มากขึ้นผ่านการสอบถามไปยังคนคนนั้นได้เช่นกัน

 

Social Media อาจเป็นสิ่งที่แพร่หลาย เข้าถึงคนได้ทุกเพศทุกวัย แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะสนใจและให้ความสำคัญ ดังนั้นความจำเป็นในการใช้ Social Media เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการสรรหาพนักงาน จึงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของ HR หรือหัวหน้างานที่รับผิดชอบในแต่ละตำแหน่ง บางตำแหน่งการประกาศงานบนเว็บไซต์ คัดเรซูเม่และเรียกมาสัมภาษณ์เลยก็อาจจะเพียงพอ ในขณะที่บางสายงาน เช่น ตำแหน่งที่ลักษะงานเกี่ยวกับการสื่อสาร การตลาด หรือสายโปรแกรมเมอร์ ที่ต้องอัปเดตเทรนด์ Social Media ใหม่ ๆ อยู่เสมอ การใช้ Social Media มาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการก็อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

 

ที่มา:

thebalancecareers.com

forbes.com

entrepreneur.com

 

 

tags : hr, recruitment, human resource, ทรัพยากรมนุษย์, การสรรหาและคัดเลือกพนักงาน, social media



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม